หายไปนานนนนมากๆๆ
 
วันนี้บลูนินกลับมาพร้อมกับอากาศที่แสนจะร้อน ร๊อนน ร้อนน
 
เพื่อลดดีกรีความร้อน(รุ่ม)ลงมา
 
เลยขอนำเอาเรื่องราวการท่องเที่ยวเมื่อต้นปีมาเล่าสู่กันฟังค่ะ
 
ใครเคยเห็นหิมะในทะเลทรายบ้างยกมื้อออ...
 
ฮั่นแน่...มีใครสงสัยไหม ว่าทะเลทราย กับหิมะ ไม่น่าจะเข้ากันเลยเนอะ
 
แต่ขอบอกว่ามีจริงๆ นะเออ
 
บลูนินเคยเกริ่นๆ ไว้เมื่อปลายปีที่แล้วว่าไปตะลุยเที่ยวมาหลายที่ 
 
แต่ยังไม่ได้ลงรูปสักที วันนี้เลยจัดไปเต็มๆ ^__^,,
 
(เตือนก่อนว่า รูปเยอะมากก อาจโหลดช้านิดนึงนะคะ)
 
ในเมื่อคอนเซ็ปทริปนี้ของเราคือ ขุนเขา ทะเลทราย และหิมะ
 
จุดมุ่งหมายของบลูนินคือ รัฐอริโซน่า ประเทศสหรัฐอเมริกาค่ะ
 
เราไปเยือนถิ่นชาวอินเดียแดงกันเถอะ Embarassed
 
บลูนินเริ่มออกเดินทางจากเมือง Las Vegas ขับรถมุ่งหน้าไปตามเส้นทางหมายเลข 93
 
เอาล่ะ สตาร์ทรถ ออกเดินทางกันเล้ยย
 
 
นี่คือเจ้ารถน้อยคู่ใจ 
 
 
จาก Las Vegas ไป Arizona ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง
 
เนื่องจากเป็นหน้าหนาวและมีหิมะด้วย
 
การเดินทางอาจใช้เวลานานขึ้นเพราะไม่สามารถขับเร็วได้
 
 
ระหว่างทางก็มีร้านรวงน่ารักๆ น่าแวะมาก แต่กลัวเสียเวลาเลยไม่ได้แวะอ่ะ
 
 
ฟ้าปลอดโปร่งมากเลยค่ะ ข้างหน้าคือทะเลสาปมี๊ด (Lake Mead)
 
เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่น่าสนใจมากก (แต่ไม่ได้แวะ..อีกแล้ว Tongue out)
 
 
ขับไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเข้าสู่เมือง Kingman แปลว่าเราเดินทางมาได้เกือบครึ่งทางแล้วค่ะ
 
 
จากท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งเริ่มมีเมฆมาก และอากาศก็เริ่มครึ้มๆ
 
 
ผ่านอีกหลายช่องเขา...
 
 
อ่าา..ใกล้ความจริงแล้วคร่าา เห็นหิมะสองข้างทางแล้วว
 
ภูเขาปกคลุมยอดด้วยหิมะอยู่ข้างหน้านี่เอง...
 
 
ว้าวๆๆ สีขาวละลานตาเลยย
 
ในที่สุดก็ถึงเมือง Flagstaff ค่ะ
 
คืนนี้บลูนินจะแวะพักนอนที่นี่ึคืนหนึ่งก่อนจะออกเดินทางเที่ยวต่อวันรุ่งขึ้น
 
จริงๆเดินทางถึงประมาณ 4 โมงเย็น แต่ช่วงหน้าหนาวด่านบนเขาจะปิดก่อน 5 โมง 
 
 
 
แวะพักดื่มกาแฟอุ่นๆ สักแก้วก่อนเนอะ
 
 
Christmas tree ต้นใหญ่ๆ เดี๋ยวไปทานอาหารเย็นก่อนนะ แล้วจะกลับมาเก็บรูปตอนมืดๆอีกที
 
 
ระหว่างขับรถไปทานอาหารเย็น หิมะก็ตกหนักเลยค่ะ
 
 
ยิ่งมืด ยิ่งสวยเน้ออ
 
 
เด็กโข่งสองตัวขอสัมผัสหิมะหน่อยคร่าา
 
(เสียดายไม่ได้เอาจานมา จะไถลเล่นแข่งกะเจ้าหนูข้างล่างซะหน่อย ชิ)
 
บลูนินจองห้องพักไว้ที่ Travellodge
 
นอนสบายค่ะ ได้ห้องเตียงควีนไซด์สองเตียง หลับอุตุเลย
 
 
ตื่นเช้ามา กรี๊ดดด หิมะขาวโพลนเลยย แสงแสบตามากๆ
 
 
บรรยากาศตอนเช้าท่ามกลางหิมะขาวโพลน และไอหมอก ฟินสุดๆ 
 
 
ที่โรงแรมมีอาหารเช้าง่ายๆ เตรียมไว้ให้ค่ะ พวกซีเรียล นม ขนมปัง และผลไม้สองสามอย่าง
 
 
(อันนี้แสงจริงๆ ไม่ได้ปรับแต่งภาพเลย สีจ้ามากๆ)
 
 
ลานหิมะ ดูนุ่มนิ่มน่าไปนอนกลิ้งเกลือกมากๆ 
 
แต่ขอบอกว่าหนาวเว่อร์ๆ ขนาดต้องไปซื้อรองเท้าลุยหิมะมาใหม่ค่ะ 
 
เพราะคู่ที่เตรียมมาไม่กันน้ำ พอลุยหิมะน้ำเข้าเปียกเข้ามาในเท้าเลย
 
 
เช้านี้ตามแพลน เราจะไปเมือง Page ก่อนค่ะ
 
หลายคนอาจจะไม่คุ้น แต่เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องหุบเขาทะเลทรายที่สวยมาก
 
หรือเรียกว่า Antelope Canyon
 
ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของลมและน้ำ ก่อให้เกิดช่องเขาที่สวยงาม
 
จากเมือง Flagstaff ไปเมือง Page ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
 
 
ระหว่างทางผ่านมีแต่โขดหิน และต้นหญ้า
 
 
เห็นปล่องควันนั่นไหมคะ นั่นคือที่ๆเราจะไปค่ะ
 
แต่ก่อนอื่นขอแวะรองท้องสักนิด (เกือยสิบเอ็ดโมงแล้วค่ะ)
 
 
กลุ่มเราเป็นลูกค้าเจ้าแรกนะเนี่ย
 
เป็นร้านอาหารบุฟเฟ่ส์จีนค่ะ เอาง่าย สะดวกและอิ่มเข้าไว้ เพราะเดี๋ยวเราต้องไป Hike กัน
 
จานหลัก ก็เลือกเอา ข้าวผัด หรือ หมี่ผัด
 
 
กับข้าวหลากหลาย
 
 
และต่อด้วยของหวาน ตบท้ายย
 
 
 
อิ่มหนำสำราญ หนังท้องตึง พุงกางง
 
ก็ได้เวลาออกเดินทางต่อแล้ว...
 
จุดหมายเราอยู่ข้างหน้านี่เองงง
 
 
ที่เห็นปล่องควันสามปล่องนั่นคือ โรงงานถ่านหินค่ะ
 
แต่จุดท่องเที่ยวที่เราจะไปอยู่ใกล้ๆกันนี่แหละ
 
 
ควันยังเป็นรูปหัวใจเลย...อิอิ
 
และแล้ว...ก็ถึงแล้วค่ะ
 
Lower Antelope Canyon 
 
ค่าเข้าชมคนละ $20 หรือประมาณ 600 บาท
 
แอบแพงงง เนอะ แต่ขอบอกว่าคุ้มจริง
 
 
กลุ่มคนเข้าชม จะแบ่งเป็น 2 ประเภท
 
ประเภทแรกคือ กลุ่ม Photographer หรือนักเล่นกล้องทั้งหลาย
 
กลุ่มนี้จะสามารถเดินได้เองตามอิสระ ไม่ต้องมีไกด์ท้องถิ่นนำ
 
จำกัดเวลาเข้าชมได้นานถึง 2 ชั่วโมง
 
แต่คนที่จะเข้าข่ายกลุ่มนี้ได้ ต้องพกกล้องอย่างต่ำเป็น Digital SLR หรือ Flim SLR 
 
(พวกกล้องโปรทั้งหลาย)
 
และที่สำคัญต้องมีขาตั้งกล้องขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ด้วยนะ 
 
มีแต่กล้องอย่างเดียวต่อให้ตัวใหญ่แค่ไหนก็อดนะจ้ะ ขอบอก
 
เรียกว่าเดิน Trail กันไป แบกกันหลังแอ่นไปด้วยทีเดียว หึหึ
 
มีคุณแขกกลุ่มหนึ่งพยายามจะเนียนเข้ากลุ่มนี้
 
แต่เสียใจนะคะ กฎเป็นกฎ เจ้าหน้าที่เขาเคร่งมากกก
 
 
บลูนินเป็นพวกชอบถ่ายรูป แต่ขี้เกียจแบกของ 
 
เลยยอมจำนนไปอยู่กลุ่มหลัง คือ กลุ่ม Visitor หรือนักท่องเที่ยวทั่วไป
 
แต่กลุ่มนี้จะต้องเข้าไปตามรอบทัวร์
 
และมีไกด์ชาวพื้นเมืองนำทาง
 
โชคดีว่าช่วงที่ไปถึงใกล้รอบต่อไปพอดี
 
รอสัก 15 นาที ก็ได้เวลาลุ้ยยย...
 
 
เห็นช่องข้างล่างนั้นไหม...นั่นคือที่ๆเราจะไปกัน
 
เอ๊ะะๆๆ มะได้โม้..ตามนี้จริงๆ
 
 
 
นี่ต้องมุดลงไปตามร่องนี้แหละ..
 
อึ้งป่ะละ...แอบคิดในใจ คนตัวใหญ่ๆจะลงไปไงฟะ
 
ดูกันอีกที ช่องแค่นี้จริงๆ
 
(ถ่ายตอนกำลังมุดลงไป)
 
 
แต่ไม่น่าเชื่อ!! ลงมาข้างล่างจะกว้างได้ขนาดนี้ Amazed มากๆๆ
 
 
แสงที่ลอดผ่านลงมาสวยมากกกกกก
 
 
ขอแอบโพสซะหน่อย อิอิ ..นางแบบยางมิชิลิน
 
 
สวยจริงอะไรจริง
 
 
เอาใจไปเลยเต็มๆๆ 
 
(ที่เห็นถอดเสื้อออกมานี่ไม่ใช่ว่าอุ่นขึ้นนะคะ แต่อยากถ่ายสวยบ้างไรบ้าง)
 
 
แต่ละช่องแต่ละมุมจะต่างกันไป แถมเมื่อแสงตกกระทบก็จะเห็นเป็นเหลี่อมเงาที่ต่างกัน
 
ธรรมชาติรังสรรค์ได้สุดยอดจริงๆ
 
 
รูปข้างล่างนี่มองออกไหมคะว่าเป็นอะไร
 
 
ใช่แล้วมุมนี้เขาบอกว่าเป็นสายน้อยกับสายลมค่ะ
 
บลูนินมองแล้วนึกถึง โพคาฮอนทัค แหม..นี่ก็เป็นแหล่งอินเดียแดงด้วยนี่นา
 
เหมือนมะ...
 
 
อีกรูป..เห็นเป็นอะไรคะ
 
 
เขาบอกว่าเหมือนหน้าคน
 
แต่บลูนินว่าเหมือนดาร์ค เวเดอร์ มะ
 
&nb